ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Google Business Profile

สายเข้า ขอเส้นทาง คลิกเว็บ ในโปรไฟล์ Google อ่านคนละอย่าง

สายเข้า ขอเส้นทาง คลิกเว็บ และยอดดูในหน้าประสิทธิภาพของ Business Profile นับคนละแบบ อ่านตามนิยามของ Google ก่อนสรุปว่าร้านดีขึ้นหรือแย่ลง

นิดาอัปเดตล่าสุด 10 ตุลาคม 256910 นาที
ภาพปั้นดินสามมิติของไอคอนโทรศัพท์ หมุดแผนที่ และเคอร์เซอร์เมาส์ บนพื้นหลังสีกรมท่า

สายเข้า ขอเส้นทาง คลิกเว็บ ในหน้าประสิทธิภาพของโปรไฟล์ธุรกิจ นับการกดคนละปุ่ม และมีให้ดูเฉพาะโปรไฟล์ที่ยืนยันแล้ว ยอดดูนับคนไม่ซ้ำวันละครั้ง ตัวเลขทุกตัวรวมที่มาจาก Google Ads ด้วย และเป็นจำนวนคนหรือจำนวนครั้ง ไม่ใช่อันดับ ไม่ใช่ยอดขาย

ถ้าคุณเปิดดูตัวเลขแล้วไม่แน่ใจว่าร้านดีขึ้นหรือแย่ลง ให้อ่านทีละตัวตามนิยามของ Google เทียบช่วงเวลาที่ยาวเท่ากัน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อ

ตัวเลขสายเข้า ขอเส้นทาง คลิกเว็บ อยู่ตรงไหน ใครเห็นได้

ตัวเลขชุดนี้อยู่ในหน้าประสิทธิภาพของโปรไฟล์ธุรกิจ ก่อนเปิดดู มีสองเงื่อนไขที่ต้องผ่าน

  • โปรไฟล์ธุรกิจต้องยืนยันแล้ว ข้อมูลประสิทธิภาพมีให้เฉพาะโปรไฟล์ที่ยืนยันแล้วเท่านั้น
  • คุณต้องลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ที่ผูกกับโปรไฟล์ธุรกิจของร้าน

เจ้าของและผู้จัดการโปรไฟล์ธุรกิจดูตัวเลขได้ทั้งคู่

วิธีเปิดบนคอมพิวเตอร์

  1. เปิดโปรไฟล์ธุรกิจของร้าน แล้วคลิก ประสิทธิภาพ
  2. เลือกช่วงเวลาที่อยากดู
  3. คลิก ใช้

วิธีเปิดในแอป Maps บนโทรศัพท์

  1. แตะ ธุรกิจ ที่ด้านขวาล่าง
  2. แตะ ดูเพิ่มเติม ข้าง ประสิทธิภาพ
  3. เลือกช่วงเวลา แล้วแตะ ใช้

ถ้าชื่อเมนูบนจอของคุณต่างไปเล็กน้อย ให้มองหาคำว่า ประสิทธิภาพ ในโปรไฟล์ธุรกิจของร้าน

สิ่งที่จะเห็นบนจอคือตัวเลขหลายตัวเรียงกัน ตัวที่เจ้าของร้านควรอ่านให้เป็นมีห้าตัว คือ ยอดดู คำค้น สายเข้า ขอเส้นทาง และคลิกเว็บ นิยามเต็มของแต่ละตัวอยู่ในหน้า ทำความเข้าใจประสิทธิภาพและข้อมูลเชิงลึกของ Business Profile ของ Google

ร้านแต่ละร้านอาจเห็นตัวเลขไม่ครบทุกตัว เพราะเมตริกที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจของคุณจะไม่ขึ้น ถ้าไม่เห็นตัวไหน ให้ถามตัวเองก่อนว่าโปรไฟล์ของร้านมีข้อมูลที่ตัวเลขนั้นต้องใช้หรือยัง เช่น สายเข้าจะนับได้ก็ต่อเมื่อใส่เบอร์โทรไว้ในโปรไฟล์

ถ้าร้านยังไม่ได้ยืนยัน หรือเปิดแล้วไม่เจอหน้าประสิทธิภาพเลย ให้ทำเรื่องยืนยันให้จบก่อนตามคู่มือตั้งค่า Google Business Profile ให้ครบ ซึ่งเริ่มจากการยืนยันร้าน พอยืนยันแล้วค่อยกลับมาอ่านตัวเลขตามลำดับด้านล่าง

ยอดดู: นับคน ไม่ได้นับครั้ง

ยอดดูคือจำนวนคนที่ดูโปรไฟล์ธุรกิจของร้านบน Search และ Maps คำสำคัญอยู่ที่คำว่าคน ยอดดูนับคนไม่ซ้ำ ไม่ได้นับทุกครั้งที่มีคนเปิด

กติกาการนับมีสามข้อที่เจ้าของร้านควรรู้

  • คนหนึ่งคนนับได้วันละครั้ง ถ้าลูกค้าเปิดดูร้านตอนเช้า แล้วกลับมาดูอีกตอนเย็นวันเดียวกัน ยอดดูนับเป็นหนึ่ง
  • ถ้าคนเดียวกันดูโปรไฟล์ธุรกิจจากหลายเครื่อง หรือดูทั้งใน Maps และ Search คนนั้นอาจถูกนับซ้ำได้ไม่เกินจำนวนหนึ่ง
  • ยอดดูนับเฉพาะการดูโปรไฟล์ธุรกิจ ไม่ได้นับทุกครั้งที่ร้านของคุณไปโผล่ที่ใดที่หนึ่งบน Google

ผลของกติกานี้คือ ยอดดูในหน้าประสิทธิภาพอาจน้อยกว่าตัวเลขยอดดูที่คุณเห็นบนโปรไฟล์ธุรกิจ และน้อยกว่าตัวเลขในอีเมลแจ้งเตือน ตัวเลขที่ต่างกันจึงไม่ได้แปลว่าข้อมูลผิด แต่แปลว่าแต่ละที่นับคนละแบบ

ถ้าจะติดตามยอดดูทุกเดือน ให้จดจากที่เดียวแล้วใช้ที่นั้นตลอด อย่าสลับไปมาระหว่างอีเมลกับหน้าประสิทธิภาพ

วิธีอ่านยอดดูให้ได้ประโยชน์

  1. เลือกช่วงเวลาที่ยาวเท่ากันเสมอ เช่น ทั้งเดือนเทียบทั้งเดือน ไม่เอาครึ่งเดือนไปเทียบกับทั้งเดือน
  2. จดยอดดูไว้พร้อมช่วงเวลาที่เลือก ในสมุดหรือโน้ตในโทรศัพท์
  3. ถ้ายอดดูเปลี่ยนไปมาก ให้นึกก่อนว่าช่วงนั้นร้านเปลี่ยนอะไรบ้าง เช่น ปิดร้านหลายวัน ย้ายเวลาเปิด หรือเริ่มลงโฆษณา

สายเข้า ขอเส้นทาง คลิกเว็บ นับอะไร

สามตัวนี้คือการกดบนโปรไฟล์ธุรกิจ แต่บางตัวนับครั้ง บางตัวนับคน

สายเข้า คือจำนวนครั้งที่ลูกค้ากดปุ่มโทรบนโปรไฟล์ธุรกิจของร้าน ตัวเลขนี้นับได้ก็ต่อเมื่อคุณใส่เบอร์โทรไว้ในโปรไฟล์ ถ้ายังไม่มีเบอร์ ช่องนี้จะไม่มีอะไรให้นับ

สิ่งที่ต้องจำคือ สายเข้านับการกดปุ่มโทร ไม่ได้นับว่ามีคนรับสาย หรือคุยกันจนได้ออร์เดอร์ ลูกค้าอาจกดโทรแล้ววางก่อนร้านรับ หรือโทรเข้ามาตอนร้านยุ่งจนไม่มีใครรับ ตัวเลขสายเข้าจึงไม่ใช่จำนวนสายที่ร้านรับได้จริง

ขอเส้นทาง คือจำนวนคนที่ขอเส้นทางไปที่ร้านของคุณ ตัวนี้นับคน ไม่ได้นับครั้ง Google ปรับการนับโดยคิดถึงการแตะหลายครั้ง การยกเลิกคำขอเส้นทาง และสแปม

ขอเส้นทางบอกว่ามีคนตั้งใจจะมาที่ร้าน แต่ไม่ได้บอกว่ามาถึงจริงกี่คน คนที่ขอเส้นทางอาจเปลี่ยนใจกลางทาง หรือแค่อยากรู้ว่าร้านอยู่ไกลแค่ไหน อย่าเอาตัวเลขนี้ไปเทียบกับจำนวนลูกค้าที่นั่งในร้าน

คลิกเว็บ คือจำนวนครั้งที่มีคนกดลิงก์เว็บไซต์บนโปรไฟล์ธุรกิจของร้าน ตัวนี้นับครั้ง ถ้าคุณใส่ลิงก์เว็บไซต์ไว้ในโปรไฟล์ ตัวเลขนี้บอกว่ามีคนกดออกไปที่ลิงก์นั้นบ่อยแค่ไหน

สรุปสั้น ๆ ได้แบบนี้

  • ยอดดู นับคน วันละครั้ง
  • สายเข้า นับครั้งที่กดปุ่มโทร
  • ขอเส้นทาง นับคน
  • คลิกเว็บ นับครั้งที่กดลิงก์เว็บไซต์

หน่วยไม่เหมือนกัน จึงบวกรวมกันเป็นจำนวนลูกค้าไม่ได้ ให้อ่านทีละตัว แล้วดูว่าแต่ละตัวขยับไปทางไหนเมื่อเทียบกับช่วงก่อน

ทำอย่าทำ
เทียบช่วงเวลาที่ยาวเท่ากัน เช่น เดือนต่อเดือนเอาสายเข้า ขอเส้นทาง และคลิกเว็บ มารวมเป็นจำนวนลูกค้า
ใส่เบอร์โทรที่มีคนรับสายได้จริงไว้ในโปรไฟล์อ่านสายเข้าเป็นจำนวนสายที่ร้านรับได้จริง
อ่านทีละตัว แล้วจดไว้พร้อมช่วงเวลาอ่านขอเส้นทางเป็นจำนวนคนที่เดินเข้าร้าน
ดูให้แน่ใจว่าเบอร์โทรและลิงก์เว็บไซต์บนโปรไฟล์ยังใช้ได้สรุปว่าร้านดีขึ้นหรือแย่ลงจากตัวเลขตัวเดียว

ตัวไหนไม่ใช่อันดับ และตัวเลขรวมโฆษณาด้วย

คำตอบสั้นคือ ไม่มีตัวไหนเป็นอันดับเลย ตัวเลขทุกตัวในหน้าประสิทธิภาพเป็นจำนวนคนหรือจำนวนครั้ง ยอดดูนับคนที่ดูโปรไฟล์ สายเข้ากับคลิกเว็บนับครั้งที่กด ขอเส้นทางนับคนที่ขอ ไม่มีตัวไหนบอกว่าร้านคุณอยู่ตำแหน่งที่เท่าไรในผลการค้นหา

ถ้าคุณเห็นยอดดูขึ้นแล้วคิดว่าร้านขึ้นอันดับ หรือเห็นสายเข้าลดแล้วคิดว่าร้านตกอันดับ เป็นการอ่านเกินตัวเลข และตัวเลขเหล่านี้ก็ไม่ใช่ยอดขาย ให้อ่านตามที่มันนับ แล้วหยุดแค่นั้น

อีกเรื่องที่ทำให้อ่านพลาดบ่อยคือโฆษณา ข้อมูลในหน้าประสิทธิภาพรวมทั้งยอดดู คำค้น และการกด จากผลการค้นหาทั่วไปและจาก Google Ads ถ้าร้านคุณลงโฆษณา Google Ads อยู่ ตัวเลขช่วงนั้นจึงรวมคนที่มาจากโฆษณาไว้ด้วย

เดือนที่ร้านลงโฆษณากับเดือนที่ไม่ได้ลงจึงไม่ควรเอามาเทียบกันตรง ๆ ตัวเลขเดือนที่ลงโฆษณาอาจสูงกว่าเพราะรวมคนจากโฆษณา ไม่ได้แปลว่าโปรไฟล์ธุรกิจของร้านดีขึ้นเอง

สิ่งที่เจ้าของร้านทำได้

  • จดไว้ว่าเดือนไหนร้านลงโฆษณา Google Ads เริ่มวันไหน หยุดวันไหน
  • เวลาเทียบตัวเลข ให้เทียบเดือนที่ลงโฆษณากับเดือนที่ลงโฆษณาเหมือนกัน และเดือนที่ไม่ได้ลงกับเดือนที่ไม่ได้ลง

คำค้นที่ลูกค้าใช้เจอร้าน

ในหน้าประสิทธิภาพมีอีกตัวที่ไม่ใช่การกด คือ การค้นหา ตัวนี้แสดงคำค้นที่คนใช้แล้วเจอร้านของคุณ คำค้นจะขึ้นเมื่อโปรไฟล์ธุรกิจของร้านไปปรากฏในการค้นหาด้วยคำนั้น

คำค้นอัปเดตทุกต้นเดือน และอาจใช้เวลาถึง 5 วันกว่าจะขึ้น ถ้าคุณเปิดดูในวันแรก ๆ ของเดือนแล้วยังไม่เห็นคำค้นของเดือนที่เพิ่งจบ ให้รอได้ ยังไม่ต้องคิดว่ามีอะไรผิด

เจ้าของร้านจัดการคำค้นเหล่านี้โดยตรงไม่ได้ สิ่งที่เห็นคือภาพสะท้อนว่าลูกค้าพิมพ์อะไรตอนเจอร้านคุณ ไม่ใช่รายการที่ร้านตั้งเอง

แล้วเจ้าของร้านเอาคำค้นไปใช้อะไรได้บ้าง

  • ดูว่าลูกค้าเรียกร้านหรือสินค้าของคุณด้วยคำแบบไหน บางร้านตั้งชื่อเมนูไว้อย่างหนึ่ง แต่ลูกค้าพิมพ์หาอีกอย่าง
  • จดคำที่เห็นบ่อยไว้ เดือนหน้าเปิดดูอีกครั้งว่ายังเป็นคำเดิมหรือเปลี่ยนไป

ใช้คำค้นเพื่อดูว่าลูกค้าพูดถึงร้านอย่างไร ไม่ต้องเอาคำเหล่านี้ไปเติมในชื่อร้าน

ถ้าคำค้นที่เห็นแปลกไปจากสิ่งที่ร้านขาย ไม่ต้องรีบแก้อะไร ให้จดไว้ แล้วเปิดดูคำค้นของเดือนถัดไปเทียบกันก่อนตัดสินใจ

ตัวอย่างร้านไทย: อ่านเดือนนี้เทียบเดือนก่อน

ร้านนี้เป็นตัวอย่างสมมติ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหน้าตลาดในต่างจังหวัด เจ้าของทำร้านกับลูกสาว ลูกสาวเป็นคนดูแลโปรไฟล์ธุรกิจจากโทรศัพท์ของตัวเอง และนั่งอ่านตัวเลขกับแม่ทุกสัปดาห์แรกของเดือน

ยอดดูในหน้าประสิทธิภาพน้อยกว่าในอีเมลแจ้งเตือน

ต้นเดือน ลูกสาวได้อีเมลแจ้งเตือนจาก Google เห็นยอดดูของเดือนก่อนดูสูงน่าดีใจ พอเปิดหน้าประสิทธิภาพในแอป Maps กลับเห็นยอดดูต่ำกว่าในอีเมล แม่ถามทันทีว่า Google นับผิดหรือเปล่า

ลูกสาวอธิบายว่า ลูกค้าที่เปิดดูร้านตอนเช้าแล้วกลับมาเช็กเวลาปิดตอนบ่าย หน้าประสิทธิภาพจะนับเป็นหนึ่งคน ตัวเลขจึงต่ำกว่าในอีเมลได้ ไม่ใช่ข้อมูลผิด

สองแม่ลูกตกลงกันว่าจะจดยอดดูจากหน้าประสิทธิภาพที่เดียว เลือกช่วงเวลาเป็นทั้งเดือนทุกครั้ง แล้วเขียนลงสมุดบัญชีร้านข้างยอดขายของเดือนนั้น

ต้นเดือนยังไม่เห็นคำค้นของเดือนล่าสุด

วันที่สองของเดือน ลูกสาวเปิดดูการค้นหา อยากรู้ว่าเดือนก่อนลูกค้าพิมพ์หาร้านด้วยคำอะไร แต่ยังไม่เห็นคำค้นของเดือนที่เพิ่งจบ

เธอรู้ว่าคำค้นอัปเดตทุกต้นเดือน และอาจใช้เวลาถึง 5 วันกว่าจะขึ้น จึงไม่ไปแก้อะไรในโปรไฟล์ธุรกิจเพราะคิดว่าระบบเสีย

เธอเขียนโน้ตในโทรศัพท์ไว้ว่าให้กลับมาดูคำค้นอีกครั้งในสัปดาห์นั้น พอคำค้นขึ้น เธอจดคำที่เห็นบ่อยไว้ในสมุดเล่มเดียวกับยอดดู แล้วชี้ให้แม่ดูว่าลูกค้าพิมพ์หาชื่อเมนูที่ร้านเรียกต่างจากป้าย

เดือนที่ลงโฆษณา ตัวเลขรวมโฆษณาด้วย

เดือนหนึ่ง ร้านลองลงโฆษณา Google Ads ช่วงสั้น ๆ ตอนเปิดเมนูใหม่ เดือนนั้นยอดดู สายเข้า และขอเส้นทางขึ้นทุกตัว แม่ดีใจว่าร้านดังขึ้นเอง

ลูกสาวเตือนว่า ตัวเลขเดือนนั้นรวมคนที่มาจากโฆษณาไว้ด้วย ถ้าเอาไปเทียบตรง ๆ กับเดือนที่ไม่ได้ลงโฆษณา จะอ่านเกินจริง

เธอเขียนกำกับในสมุดว่าเดือนนั้นลงโฆษณา เริ่มและหยุดวันไหน เดือนถัดไปที่ไม่ได้ลงโฆษณา เธอเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ไม่ได้ลงเหมือนกัน แล้วอ่านทีละตัวเหมือนเดิม

สรุป

  • สายเข้า ขอเส้นทาง และคลิกเว็บ นับการกดคนละแบบ อ่านทีละตัว อย่าบวกรวมเป็นจำนวนลูกค้า
  • ยอดดูนับคนไม่ซ้ำวันละครั้ง จึงอาจน้อยกว่าในอีเมลแจ้งเตือน และตัวเลขทุกตัวรวมที่มาจาก Google Ads
  • ตัวเลขในหน้าประสิทธิภาพเป็นจำนวนคนหรือจำนวนครั้ง ไม่ใช่อันดับ ให้เทียบช่วงเวลาที่ยาวเท่ากันทุกครั้ง

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

ทดลองใช้ฟรี 14 วันไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
นิดา

นิดา

คอนเทนต์

เขียนคู่มือ Mapii Local ให้เจ้าของร้าน

Mapii

อ่านต่อในหมวดเดียวกัน